วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ประทับใจหลวงพ่อธัมมชโย

      หลวงพ่อธัมมชโย มีวัตรปฏิบัติที่งดงาม ตั้งแต่เห็นท่านครั้งแรกใน DMC. บุคคลิกท่าทาง นุ่มนวล วาจาไพเราะ ให้กำลังใจกับทุกคน. ไม่เคยได้ยินท่านตำหนิใครเลย ยิ่งได้ฟังคำสอน...ใช่เลย! ตรงใจมาก ท่านสอนธรรมะไม่น่าเบื่อ โดยเฉพาะเรื่องกฎแห่งกรรม ฟังแล้วทำให้รักบุญกลัวบาปจริงๆ. จนเดี๋ยวนี้ไม่เคยตบยุงเลย และหันมาสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น ตื่นมาทำอาหารใส่บาตรทุกเช้า วันไหนไม่มีพระให้ใส่บาตรก็หยอดปัจจัยใส่ขวดทวีบุญไว้ เรียกว่าต้องทำบุญทุกวัน ตามคำสอนของหลวงพ่อ หนังละครเลิกดูไปเลย. นี่คือผลจากคำสอนของหลวงพ่อและพระอาจารย์วัดพระธรรมกาย

      อีกสิ่งที่ประทับใจหลวงพ่อ. เมื่อได้ทราบถึงมโนปณิธานของท่าน คือการสร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี แล้วท่านทำได้จริง จนวัดพระธรรมกายเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก จึงทำให้ศรัทธาท่านเพิ่มขึ้นๆทุกวัน เมื่อได้มาวัดจึงรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้าน รู้สึกอบอุ่น อยู่ท่ามกลางคนมากมายนับหมิ่นนับแสน แต่ไม่รู้สึกแปลกแยกเลย

      คำสอนที่ประทับใจมาก ไม่เคยได้ฟังที่ไหนมาก่อน *** เราเกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี *** ที่ตรงใจอีกแล้ว ...

      ปลื้มใจมากๆที่เกิดมาแล้วได้รู้เป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสพบครูบาอาจารย์ผู้มีหัวใจยิ่งใหญ่อย่างพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย..

       กราบนมัสการหลวงพ่อด้วยความเคารพศรัทธายิ่งเจ้าค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

ชีวิตดีขึ้นเมื่อนั่งสมาธิ

    สมาธิ  ทำให้จิตใจสงบ มีความสุขในการดำเนินชีวิตประจำวัน..ยังไงล่ะ! คือก่อนเข้าวัดฝึกนั่งสมาธิ นั้นเราคิดพูดทำอะไรๆ โดยไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังเท่าไหร่ เมื่อได้ พูด หรือทำ ไปแล้ว บางครั้งต้องมาตำหนิตนเองว่า ไม่ควรพูดอย่างนั้นเลย ไม่ควรทำอย่างนี้เลย แต่เราได้พูดได้ทำไปแล้ว ก็ได้แต่เสียใจ
    หลังจากนั่งสมาธิมาได้ระยะหนึ่ง สังเกตตัวเองว่า ใจเย็นขึ้น รอบคอบขึ้น ก่อนจะพูดจะทำอะไร มักจะคิดก่อนว่าพูดแล้วทำแล้ว มันจะเกิดประโยชน์ไม๊ ถ้าพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ หยุด!  ไม่พูดดีกว่า หรือทำแล้วกระทบคนอื่นไม๊ ถ้าพิจารณาแล้วว่าจะทำให้เขาไม่พอใจก็ หยุด!  ไม่ทำดีกว่า
    ขณะเดียวกันเราก็ไม่เก็บขยะจากคนอื่นมาไว้ในใจเรา ..ทำให้รู้สึกได้เลยว่าชีวิตมีความสุขมากขึ้น ด้วยใจที่เบาๆเสมือนใจว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย...สุข..จากสมาธิ.

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

สุขสงบ

   ถามว่าชีวิตดีขึ้นอย่างไรเมื่อมาวัดพระธรรมกาย?  ตอบได้ทันทีว่าชีวิตมีความสุขมากขึ้นเพราะลดละเลิก ได้ในหลายๆสิ่ง ลดความวิตกกังวลในอนาคตจากการอยู่คนเดียว อ้าว! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการมาวัดพระธรรมกายล่ะ เกี่ยวอย่างมากเพราะได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อจากพระอาจารย์หลายรูป ได้รู้ความเป็นจริงของชีวิต รู้ว่าเราเกิดมาทำไมตายแล้วไปไหน. ละ วางในสิ่งที่ควรวางถือไว้มันหนักไม่โกรธไม่โมโห (ไม่อยากเป็นยักษ์) ไม่รำคาญการกระทำของคนอื่นที่ไม่ถูกใจเราเพราะทุกคนไม่มีใครดีทั้งหมดหรือร้ายทั้งหมดแม้แต่ตัวเราเอง ขอยืนยันว่าทำได้จริง 99.99% อีกเปอร์เซ็นแวบๆบ้างแต่รีบสลัดออก ส่วน เลิก ก็เลิกขี้เกียจเลิกดูหนังละคร หันมาดูช่อง DMC. สื่อสีขาวของวัดพระธรรมกาย


สวดมนต์นั่งสมาธิรักษาศีล เลิกฟุ่มเฟือยใช้เท่าที่จำเป็นที่เหลือทำบุญ ชีวิตปัจจุบันมีความสุขสงบมาก แม้ต้องลาโลกวันนี้พรุ่งนี้ก็ไม่กลัวแล้ว...คิดว่าตนเองทำหน้าที่ชาวพุทธที่ดีได้ในระดับหนึ่ง..นี่แหละเข้าวัดพระธรรมกายแล้วได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริงๆ...ยังไม่ต้องเชื่อลองมาวัดพระธรรมกายแล้วฟังคำสอนของหลวงพ่อของพระอาจารย์ พิสูจน์ด้วยตนเองแล้วจะรู้..

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

มาฆบูชา..พามา

    วันหนึ่งหลายปีมาแล้ว..(ขอย้อนอดีตนิ๊ดนึง). ได้เปลี่ยนเสาอากาศโทรทัศน์มาเป็นจานดาวเทียม กดหาช่องไปเรื่อยๆ เอ๊ะ!!! สวยงามมากไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่หาละครแล้วนั่งดู..ช่องนี้ช่องเดียว.. จากการบรรยายเลยทราบว่า เป็นพิธีจุดประทีปในวันมาฆบูชานั่นเอง บอกคำเดียวประทับใจมากกกกก..และแล้วก็เริ่มคิดอยากไปร่วมงานแบบนี้บ้างสักครั้งในชีวิต แต่....ด้วยอยู่ต่างจังหวัดที่สำคัญตัวคนเดียวแล้วจะไปกับใครไปยังไงวัดอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้จัก ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่าอยากไปเป็นคนหนึ่งในพิธีกรรมนี้.
ก็ได้แต่คิด..และแล้ว(อีกครั้ง) เหมือนบุญบันดาล..มีโครงการบวชอุบาสิกาแล้วครั้งแรก..ไม่รอช้าชวนหลานสาวไปสมัครบวชเลย(บวชที่เขาแก้วเสด็จ)..สมความปรารถนาในโครงการนึ้มีการจุดโคมประทีปด้วยเต็มลานธรรมเลย ปลื้มมมมแสนปลื้มล้านปลื้ม และแล้ว(เป็นครั้งที่สาม) ก็ติดหนึบหลังจากนั้นก็ได้มาร่วมจุดประทีปโครงการต่างๆของวัดทั้งที่ลานธรรมและที่อื่นนอกสถานที่ ที่ทางวัดจัดขึ้นเช่นในสถานที่ตามเส้นทางมหาปูชนียาจารย์เป็นต้น และได้มาเป็นส่วนหนึ่งของชาววัดพระธรรมกายด้วยความปลื้มปีติแต่นั้นมา ยังคิดเสียดายเสมอว่สทำไมเรารู้จักวัดมาวัดพระธรรมกายช้าไป ถ้าย้อนเวลาได้อยากเข้าวัดตั้งแต่ยังมีกำลังกายกำลังทรัพย์มากกว่านี้  ก็คงช่วยพระพุทธศาสนาได้เต็มที่ยิ่งขึ้น